ALTV All Around
ALTV News
บทความอื่นจาก Thai PBS
ALTV All Around
ALTV News
บทความ Thai PBS
เปลี่ยนวิชาพระพุทธศาสนา จาก “ยาขม” เป็น “ขนมหวาน”
แชร์
ฟัง
ชอบ
เปลี่ยนวิชาพระพุทธศาสนา จาก “ยาขม” เป็น “ขนมหวาน”
18 ก.ย. 69 • 07.38 น. | 14 Views
ขนาดอักษร : กลาง
ALTV CI

ในสายตาของนักเรียนหลายคน วิชาสังคมศึกษาและพระพุทธศาสนา มักถูกจดจำว่าเป็น "ยาขม" ที่แค่ได้ยินชื่อก็อยากจะเบือนหน้าหนี ด้วยเนื้อหาที่ดูไกลตัว และเต็มไปด้วยคำศัพท์บาลีที่ชวนสับสน อย่าง "ทิศ 6" หรือ "ศีลสามัญญตา" ประกอบกับกระแสข่าวเชิงลบในวงการพระสงฆ์ ในสังคมปัจจุบันที่กลายเป็นกำแพงสูง กั้นเด็ก Gen Z และ Gen Alpha ออกจากหลักธรรม

เราก็พยายามหยิบยกมา แล้วก็มาพูดคุย ทำความเข้าใจว่า สิ่งที่เกิดขึ้น มันเป็นเรื่องส่วนบุคคล และพยายามที่จะให้เห็นว่า สิ่งที่เป็นพุทธศาสนาจริงๆ ที่พระพุทธเจ้าสอนเป็นอย่างไร

แต่ไม่ว่าโจทย์จะยากและซับซ้อนแค่ไหน สำหรับ "ครูก็อต" วุฒิชัย ผลไม้ หรือที่ลูกศิษย์รู้จักกันในชื่อ "ครูผลไม้" ครูคนดังจาก TikTok และครูผู้สอนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนคณะราษฎร์บำรุง จ.ปทุมธานี บอกว่า มีเทคนิคไม่ลับ ที่จะทลายกำแพงนั้น เปลี่ยนวิชาที่น่าเบื่อให้กลายเป็น "ขนมหวาน" ที่ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต

 

วิชาพระพุทธศาสนา ก็สนุกได้

เราก็จะดึงสิ่งที่เรียกว่าเป็นความสนุก กิจกรรม หรือสิ่งที่เป็นไวรัล เป็นกระแสในโลกปัจจุบัน หรือสิ่งที่เขาสนใจในโลกโซเชียล ก็จะพยายามหยิบยกมาเชื่อมโยงกับเนื้อหาที่เรียนให้ได้มากที่สุด เพื่อให้เขาเปิดใจที่อยากจะเรียนวิชานี้ก่อน

ครูก็อต บอกว่า เขาเริ่มต้นด้วยการใช้กิจกรรมและสิ่งที่เป็นกระแส เป็นด่านแรกในการจูงใจให้เด็กๆ "เปิดใจ" ยอมรับวิชานี้ จากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ ที่เด็กๆ เรียนผ่านเล่นแบบไม่รู้ตัว ทำให้นักเรียนรู้สึกว่า "กำลังเล่น" แต่ในขณะเดียวกันก็สอดแทรกเนื้อหาตามตัวชี้วัดเข้าไปอย่างแนบเนียน

เมื่อเขาเปิดใจ เราก็ค่อยๆ สอดแทรกเนื้อหา สิ่งที่เขาควรจะรู้ตามตัวชี้วัด ผ่านกิจกรรมการเรียนการสอน ผ่านสิ่งที่คุณครูเตรียมไว้ให้ ซึ่งบางทีเขาอาจจะไม่รู้ว่ากำลังเรียนอยู่ คุณครูกำลังสอดแทรกเนื้อหาให้เขา

สร้างพื้นที่ปลอดภัย เป็นอีกเทคนิคที่ครูก็อตนำมาใช้ เพราะเข้าใจธรรมชาติของเด็กยุคใหม่ ที่ไม่ชอบการบังคับ แต่พร้อมจะเรียนรู้ หากรู้สึกสนุกและผ่อนคลาย

 

กลยุทธ์สร้าง "ขนมหวาน"

การทำให้วิชานี้ เป็น ขนมหวานน่ารับประทาน เป็นอีกโจทย์ที่ครูก็อตบอกว่า ไม่อาจข้ามไปได้ เพราะแม้เด็กจะเปิดใจแล้ว แต่หากกระบวนการเรียนรู้ ยังไม่สามารถสร้างความกระตือร้นหรือสนใจใคร่รู้ ก็จะไม่เกิดผลลัพธ์ที่ต้องการ ครูจึงต้องหยิบจับสิ่งที่อยู่รอบตัวเด็กมาเป็นส่วนผสม ไม่ว่าจะเป็นโลกโซเชียลหรือเสียงเพลง

ครูก็อต เปลี่ยนจากการบรรยายตามตำรา หรือเน้นการท่องจำศัพท์บาลีที่ยากต่อการเข้าใจ เป็นการสื่อสารด้วยบทเพลง, MV, เกม, AI และสื่อมัลติมีเดีย ที่สร้างอารมณ์ร่วมได้

อย่างบางคนได้ฟังเพลง หรือดู MV ที่กระทบกับความรู้สึก ก็สามารถที่จะให้เขาเปิดใจว่า มันน่าจะมีอะไรที่ทำให้หลักธรรมเนี่ยเข้ามาสอดแทรกได้ ทำให้เข้าถึงหลักธรรมได้ง่ายขึ้นผ่านบทเพลง ก็เลยชอบนำเพลงมาใช้

และเมื่อสื่อที่ใช้ มีความหลากหลาย สร้างผลลัพธ์ได้ตามที่ต้องการ ครูก็อตเลยมองว่า นี่คือสิ่งสำคัญของสื่อที่ใช้ โดยไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงหรือเทคโนโลยีล้ำ เพราะ คอนเซปต์และไอเดีย ต่างหากคือหัวใจที่แท้จริง

สื่อการสอนจึงอาจเป็นเพียง "กระดาษ" หรือ "ฟิวเจอร์บอร์ด" ธรรมดา แต่หากใส่ไอเดียการออกแบบที่ตอบโจทย์การเรียนรู้ ก็สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ได้ ที่สำคัญคือ สื่อนั้นต้องสร้างขึ้นเพื่อให้ลูกศิษย์เกิดการเรียนรู้ได้มากที่สุด

ผลลัพธ์ของการเปลี่ยนวิชาพระพุทธศาสนาให้เป็นขนมหวาน ไม่ได้มีเพียงความสนุกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการนำหลักธรรมไปใช้จริงในชีวิตประจำวัน ดังเช่นที่นักเรียนคนหนึ่งสรุปบทเรียนเรื่อง "ปิยวาจา" ได้อย่างน่าประทับใจว่า "การพูดสุภาพ ไม่บูลลี่คนอื่น จะช่วยให้ไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงตาม Facebook" ซึ่งสะท้อนการประยุกต์ใช้ธรรมะในโลก Gen Z ได้อย่างชัดเจน

แต่ไม่ว่าอย่างไร ครูก็อต ยืนยันว่า การได้เห็นรอยยิ้มและความเข้าใจในดวงตาของลูกศิษย์คือรางวัลอันล้ำค่าที่ทำให้ครูมีความสุข และพร้อมจะสร้างสรรค์ "ขนมหวาน" แห่งปัญญานี้ต่อไปในทุกๆ วัน

 

ผู้เขียนบทความ
avatar
กองบรรณาธิการ ALTV
ALTV CI
ข่าว ALTV
ข่าว ALTV
ALTV News
ผู้เขียนบทความ
avatar
กองบรรณาธิการ ALTV
แชร์
ฟัง
ชอบ
ติดตามเรา