ALTV All Around
ALTV News
บทความอื่นจาก Thai PBS
ALTV All Around
ALTV News
บทความ Thai PBS
ฮีโร่จัดการขยะ สู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะปฐมวัย
แชร์
ฟัง
ชอบ
ฮีโร่จัดการขยะ สู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะปฐมวัย
06 ส.ค. 69 • 14.21 น. | 41 Views
ขนาดอักษร : กลาง
ALTV CI

ลองจินตนาการถึงภาพเด็กอนุบาลตัวน้อยๆ กอดกระป๋องนมผง ร้องเพลง และเคาะเป็นจังหวะอย่างสนุกสนาน หรือภาพเด็กๆ กำลังสวมบทบาทเป็น "เถ้าแก่น้อย" คอยนับขวดพลาสติกเพื่อส่งขายในตลาดนัดจำลอง

นี่ไม่ใช่แค่การเล่นสนุกในห้องเรียน แต่เป็นกระบวนการเรียนรู้จริง ภายใต้โครงการ “การผลิตต้นแบบสื่อการเรียนรู้ด้วยสื่อไทยพีบีเอส สนับสนุนการจัดการ เรียนรู้สำหรับปฐมวัยและประถมศึกษา” ในความร่วมมือระหว่าง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2, ไทยพีบีเอส โดยศูนย์สื่อสาธารณะเพื่อเด็กและการเรียนรู้ และ สถาบันรามจิตติ ในการพัฒนาต้นแบบหน่วยการเรียนรู้ฐานสมรรถนะระดับปฐมวัย ชื่อว่า “นักจัดการขยะ ฮีโร่รักษ์โลก”

จุดเริ่มต้นจาก "สภาผู้ชม" สู่โจทย์ใหญ่ในห้องเรียน

จุดเริ่มต้นของการออกแบบหน่วยการเรียนรู้นี้ สรรชัย หนองตรุด รองผู้อำนวยการสถาบันรามจิตติ ในฐานะทีมที่ปรึกษาฝ่ายวิชาการ เล่าว่า เริ่มจากการรับฟังเสียงของสังคมในฐานะ สื่อสาธารณะ

“เริ่มจากการที่ทาง ThaiPBS มีสภาผู้ชม แล้วจากการรับฟังเสียงและระดมประเด็นปัญหาของเมืองขึ้นมา ก็พบว่าเรื่องของขยะเป็นปัญหาที่สภาผู้ชมเห็นความตระหนักและเห็นความสำคัญ จุดหนึ่งเราก็คิดว่าคนที่จะเริ่มต้นได้ดีที่สุด คือเริ่มต้นจากเด็กๆ เลย คิดว่าโจทย์นี้มันก็เลยส่งผ่านไปถึงว่า ถ้าเกิดระบบการศึกษาของเราสามารถพูดถึงประเด็นนี้ได้ ปลูกฝังตั้งแต่เด็กเล็กๆ ให้เห็นถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม การจัดการขยะ การดูแลรักษาความสะอาด มันก็จะมีผลต่อสิ่งแวดล้อมของจังหวัด แล้วก็ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของเด็กๆ ได้”

จากโจทย์ดังกล่าว จึงเป็นที่มาของครูปฐมวัยในพื้นที่ ซึ่งมีความเข้มแข็งและทำงานเป็นทีมอยู่แล้ว มาร่วมกันออกแบบกระบวนการเรียนรู้ ตามแนวทาง หลักสูตรฐานสมรรถนะสำหรับเด็กปฐมวัย ปี 2568 โดยร้อยเรียงกิจกรรม 5 วัน ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ตั้งแต่ต้นทางของขยะไปจนถึงการปรับใช้ในชีวิตจริง

การเดินทาง 5 วันของ "นักจัดการขยะตัวน้อย"

หน่วยนี้แบ่งการเรียนรู้ออกเป็น 5 วัน เพื่อพัฒนาสมรรถนะและทักษะของเด็กไปทีละขั้น

วันแรก “นักสืบตามรอยขยะ”

เริ่มต้นด้วยการจุดประกายความสนใจ ให้เด็กๆ สวมบทบาทเป็น "นักสืบจิ๋ว" ออกสำรวจพื้นที่รอบๆ โรงเรียน ค้นหาและเก็บรวบรวมขยะประเภทต่างๆ จากนั้นครูจะชวนสนุกกับการสังเกตคุณลักษณะของสิ่งของ กระตุ้น "ตุ่มเอ๊ะ" ให้เด็กๆ แยกแยะระหว่าง "ของใช้" กับ "ขยะ" พร้อมทั้งเรียนรู้ประเภทของขยะเบื้องต้น เช่น ขยะรีไซเคิล ขยะอินทรีย์ ขยะทั่วไป เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว

วันนี้ เด็กๆ จะได้พัฒนาสมรรถนะการคิดขั้นสูงและการสังเกต จากการกระตุ้น "ตุ่มเอ๊ะ" การตั้งคำถาม และการจำแนกประเภท นอกจากนี้ยังมีสมรรถนะการจัดการตนเองและจิตสำนึกสิ่งแวดล้อม จากการตระหนักรู้ถึงสิ่งแวดล้อมและขยะรอบตัว

วันที่สอง “ขยะแปลงร่าง”

เข้าสู่ขั้นตอนการสร้างสรรค์ โดยนำขยะรีไซเคิลที่เก็บรวบรวมมาได้ เช่น แกนกระดาษทิชชู่ ขวดพลาสติก กระป๋องนมผง หรือฝาขวด มาเปิดพื้นที่จินตนาการอย่างไร้ขอบเขต เด็กๆ จะได้ลองคิด วางแผน และลงมือประดิษฐ์ให้ขยะแปลงร่างเป็นของเล่นใหม่ หรือประดิษฐ์เป็น "เครื่องดนตรีรีไซเคิล" ในแบบของตนเอง ซึ่งเป็นการช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กและทักษะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

สมรรถนะที่เด็กๆ ได้รับวันนี้ เป็นการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และการแก้ปัญหา จากการใช้จินตนาการเปลี่ยนสิ่งของเหลือใช้ การแก้ปัญหาเชิงกลไกเบื้องต้น และสมรรถนะการพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กและการประสานสัมพันธ์

วันที่สาม “ดนตรีสร้างเรื่องราว”

เด็กๆ นำเครื่องดนตรีจากขยะที่ประดิษฐ์ขึ้นเองมาทดลองเคาะ ดีด เขย่า เพื่อเรียนรู้เรื่องระดับเสียง (สูง-ต่ำ, ดัง-เบา) และจังหวะดนตรี จากนั้นครูจะนำนิทานหรือเรื่องเล่ามาประกอบ เพื่อให้เด็กๆ ได้ใช้เครื่องดนตรีทำเสียงประกอบฉากและแสดงบทบาทสมมติร่วมกัน เป็นการผสานศาสตร์ด้านศิลปะและดนตรีเข้ากับการเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างลงตัว

วันนี้ เด็กๆ ได้พัฒนาสมรรถนะการสื่อสารและการทำงานเป็นทีม (จากการรับฟัง การปรับจังหวะร่วมกับผู้อื่น การถ่ายทอดความหมายผ่านเสียงและท่าทาง และสมรรถนะสุนทรียภาพทางดนตรีและศิลปะ

วันที่สี่ “เถ้าแก่น้อย แยกแล้วขาย”

จำลองห้องเรียนให้กลายเป็น "ตลาดนัดรับซื้อขยะ" หรือธนาคารขยะจำลอง เด็กๆ จะได้สวมบทบาทเป็นทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย นำขยะที่คัดแยกแล้วมาทำกิจกรรมนับจำนวน จัดหมวดหมู่ เปรียบเทียบน้ำหนัก และแลกเปลี่ยนเป็นเงินจำลอง กิจกรรมนี้นอกจากจะทำให้เด็กเห็นมูลค่าของขยะแล้ว ยังช่วยฝึกทักษะคณิตศาสตร์เชิงปฏิบัติและการสื่อสารปฏิสัมพันธ์ในสังคม

สมรรถนะที่ได้รับในวันนี้ เป็นการใช้คณิตศาสตร์ในวิถีจริง จากการนับ การจัดหมวดหมู่ การเปรียบเทียบ และ สมรรถนะทักษะชีวิตและการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม จากการทำความเข้าใจคุณค่าของเงิน การเจรจาปฏิสัมพันธ์

วันที่ห้า “ฮีโร่รักษ์โลก”

วันสุดท้ายของการประมวลความรู้และสร้างการเปลี่ยนแปลง เด็กๆ ร่วมกันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ตลอดทั้งสัปดาห์ ผ่านการร่วมกันจัดนิทรรศการขยะ การแสดงบทบาทสมมติ หรือละครสั้นเรื่อง "ฮีโร่รักษ์โลก" เพื่อนำเสนอวิธีการจัดการขยะและเชิญชวนเพื่อนๆ ครู และผู้ปกครอง มาร่วมมือกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม

วันสุดท้าย เป็นการพัฒนาสมรรถนะที่การเป็นพลเมืองที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม จากการสรุปองค์ความรู้ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองอย่างยั่งยืน และสมรรถนะการสื่อสารเพื่อการนำเสนออย่างมั่นใจ

 

ก้าวข้ามกรอบเดิมๆ เปลี่ยน “วิธีคิด” ของครูและเด็ก

สรรชัย กล่าวว่า จากการสังเกตการณ์จัดการเรียนรู้ ตลอดทั้ง 5 วัน มีเรื่องหนึ่งที่เขาคิดว่า น่าสนใจและอยากนำบอกเล่าต่อ คือ การจัดการเรียนรู้ในวันที่ 1 จากการที่ครูกระตุ้นความคิดของเด็กๆ ให้เข้าใจคำว่า "ขยะ" อย่างแท้จริง

“ครูจะยกตัวอย่างว่า หยิบกระดาษมาหนึ่งแผ่น ให้เด็กๆ ดูว่านี่คืออะไร เด็กบอก 'กระดาษ' พอครูขยำเสร็จปุ๊บ ปาลงบนพื้น ถามว่าเด็กๆ ว่านี่คืออะไร เด็กตอบ 'ขยะ' แล้วก็ชวนถามย้อนกลับว่า เมื่อกี้หนูยังบอกว่าเป็นกระดาษอยู่เลย แล้วถ้าเกิดเราจะเอาขยะนี้ไปใช้ประโยชน์อื่นได้ไหม มันกลายเป็นการกระตุ้นตุ่มเอ๊ะของเด็กๆ ว่า เออ เมื่อกี้เรายังเรียกกระดาษอยู่เลย แต่พออยู่ผิดที่ผิดทางมันก็กลายเป็นขยะ”

นอกจากนี้ การจัดการเรียนรู้แบบฐานสมรรถนะ ยังท้าทายให้คุณครูต้องก้าวข้ามกรอบการสอนแบบเดิมๆ จากที่เคยกำหนดให้เด็กทำตามแบบ มาเป็นการเปิดพื้นที่ให้เด็กได้ใช้จินตนาการเต็มที่ 

“ครูปฐมวัยอาจโดนฝึกมาว่า ให้เด็กประดิษฐ์สิ่งของโดยที่เรามีไอเดียอยู่ในหัวแล้ว เช่น แกนกระดาษทิชชู่ทำเป็นอะไร กระป๋องทำเป็นเครื่องดนตรีอะไรได้บ้าง แต่ถ้าเกิดชวนครูว่าเปิดไอเดีย ให้เป็นพื้นที่ให้เด็กๆ เขาได้สร้างจินตนาการด้วยตัวเอง เราจะเห็นจินตนาการที่หลากหลายจากเด็ก ซึ่งบางทีเราก็จะว้าวว่า เฮ้ย เด็กคิดได้นะ กระป๋องเราอาจมองเป็นลูกแซกเขย่า แต่เด็กอาจมองเป็นเครื่องดนตรีอื่น เอายางมาดีดเป็นอีกเสียงหนึ่ง ซึ่งบางทีเราอาจจะมองข้ามไป”

เชื่อมรอยต่อ จากห้องเรียนสู่บ้านอย่างยั่งยืน

หัวใจสำคัญของการเรียนรู้ตามหลักสูตรใหม่ ไม่ใช่การจำเนื้อหาเพื่อนำไปตอบในใบงาน แต่มันคือการสร้าง นิสัยและพฤติกรรม ที่ติดตัวเด็กเอาไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ซึ่งความเชื่อมโยงกับ "บ้าน" ถือเป็นปัจจัยตัดสินความสำเร็จ

“การปลูกฝังจิตสำนึกต่างๆ เหล่านี้มันมาจากที่บ้านครับ เพราะถ้าเกิดว่าที่บ้านไม่เห็นความสำคัญเรื่องนี้ เด็กอาจจะเรียนรู้ไป แต่กลับไปที่บ้าน ที่บ้านไม่ได้ชวนเด็กคิด ที่บ้านไม่ได้มีการจัดขยะด้วย สุดท้ายนิสัยเดิมก็กลับมา การเชื่อมโยงระหว่างพ่อแม่ผู้ปกครองกับเด็ก ให้เรียนรู้เรื่องขยะไปด้วยกัน แล้วเรียกว่าเป็นการฝึกนิสัยในการจัดขยะไปด้วยกัน มันจะสร้างการเรียนรู้ที่ยั่งยืนให้เกิดขึ้นได้”

เมื่อเด็กๆ เห็นว่าขยะในมือมีมูลค่า สามารถนำมาประดิษฐ์เป็นของเล่น หรือคัดแยกไปขายเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินได้จริง นิสัยเล็กๆ ที่ถูกปลูกฝังจากในห้องเรียน ก็จะค่อยๆ ขยายผลไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนในครอบครัว และกลายเป็นรากฐานสำคัญในการดูแลสิ่งแวดล้อมของสังคมอย่างยั่งยืนในท้ายที่สุด

ผู้เขียนบทความ
avatar
กองบรรณาธิการ ALTV
ALTV CI
ข่าว ALTV
ข่าว ALTV
ALTV News
ผู้เขียนบทความ
avatar
กองบรรณาธิการ ALTV
แชร์
ฟัง
ชอบ
ติดตามเรา