ALTV All Around
ALTV News
บทความอื่นจาก Thai PBS
ALTV All Around
ALTV News
บทความ Thai PBS
หน่วยการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ สำหรับเด็กปฐมวัย “อาหารดี มีประโยชน์”
แชร์
ฟัง
ชอบ
หน่วยการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ สำหรับเด็กปฐมวัย “อาหารดี มีประโยชน์”
10 ก.ย. 69 • 15.38 น. | 101 Views
ขนาดอักษร : กลาง
ALTV CI

เวลาเราพูดถึงบทเรียนเรื่อง "อาหารดี มีประโยชน์" ในห้องเรียนอนุบาล ภาพจำเดิมๆ มักจะเป็นการให้เด็กๆ ท่องจำอาหารหลัก 5 หมู่ ท่องโปรตีน คาร์โบไฮเดรต หรือนั่งระบายสีรูปผักผลไม้

แต่เคยสงสัยไหมว่า ทำไมเด็กที่ท่องจำอาหาร 5 หมู่ได้ขึ้นใจ แต่เมื่อเดินเข้าร้านสะดวกซื้อ ก็ยังหยิบขนมกรุบกรอบที่มีแต่โซเดียมและน้ำตาล หรือพอเห็นเพื่อนต่างศาสนาไม่กินหมู ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนถึงกินไม่เหมือนเรา?

นี่จึงเป็นที่มาของ หน่วยการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ สำหรับเด็กปฐมวัย “อาหารดี มีประโยชน์” ที่ตั้งใจเปลี่ยนวิธีจัดการเรียนรู้ ไม่เน้นให้เด็กท่องจำ แต่เน้นให้เด็ก “สังเกต คิด วิเคราะห์ และนำไปใช้ได้จริงในชีวิต” รวมถึงสอดคล้องไปกับการเปลี่ยนแปลงแนวทางการจัดประสบการณ์เรียนรู้ในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 2568 ที่เน้น ฐานสมรรถนะ

การพัฒนาและจัดทำหน่วยการเรียนรู้นี้ ดำเนินภายใต้ โครงการบูรณาการ “สื่อไทยพีบีเอส” เพื่อออกแบบหน่วยการเรียนรู้ สำหรับเด็กและเยาวชน ประจำปี 2569 ในความร่วมมือระหว่าง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2, สำนักงานเขตการศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 1, สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดขอนแก่น, มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์, สถาบันรามจิตติ และศูนย์สื่อสาธารณะเพื่อเด็กและการเรียนรู้ ไทยพีบีเอส

หน่วยการเรียนรู้ อาหารดีมีประโยชน์ วางอยู่บน 2 แนวคิดที่สำคัญ เป็นการผสานกันระหว่าง แนวทางที่ให้ผู้เรียนใช้หลักฐานข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจ - Evidence-based Reasoning กับการใช้ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตเป็นฐานในการจัดการเรียนรู้ - Phenomenon-based Approach โดยมี สื่อไทยพีบีเอส รวมถึงสื่ออื่นๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ ช่วยสนับสนุนและกระตุ้นการเรียนรู้

โดยมีเป้าหมายเพื่อมุ่งเน้นการส่งเสริมความสามารถหรือ สมรรถนะที่ควรมุ่งเน้น (Focal Competency: FC) 4 เรื่องสำคัญ จาก 33 องค์ประกอบในหลักสูตรปฐมวัย 2568 มาเป็นเป้าหมายหลักของหน่วย กล่าวคือ (1) ยอมรับความเหมือนและความต่างทางสังคมและวัฒนธรรม เข้าใจข้อจำกัดด้านศาสนา ความเชื่อ หรือสุขภาพของผู้อื่น พร้อมเสนอทางออกเมื่อเพื่อนกินอาหารบางอย่างไม่ได้

(2) รู้ค่าของจำนวน นำตัวเลข น้ำหนัก ส่วนสูง กลุ่มอาหาร และค่าพลังงานกิโลแคลอรีมาใช้เปรียบเทียบในชีวิตประจำวัน (3) สามารถตัดสินใจเรื่องอาหารในสถานการณ์ที่ไม่มีคำตอบสำเร็จรูป โดยอ้างสิ่งที่ตนสังเกตได้อย่างเป็นเหตุเป็นผล และ (4) สามารถค้นหาคำตอบเกี่ยวกับปัญหาหรือข้อสงสัย ด้วยการสังเกต สำรวจ ตรวจสอบฉลาก/วันหมดอายุ และสื่อสารสิ่งที่ค้นพบ

 

แผนที่ประสบการณ์ และการบูรณาการสมรรถนะตลอด 5 วัน

การจัดประสบการณ์นี้ ได้ถูกออกแบบสำหรับเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3 จำนวน 5-25 คน โดยใช้ระยะเวลาเรียนรวม 5 วัน วันละประมาณ 2 ชั่วโมง มีการใช้สื่อภาพและคลิปวิดีโอ 16 ชิ้น ประกอบการเรียนรู้ เพื่อบูรณาการพัฒนาการและประเมินเด็กรายบุคคลในสถานการณ์จริงโดยไม่มีการใช้แบบทดสอบกระดาษ โดยมีรายละเอียดดังนี้

วันที่ 1 "เด็กๆ อ้วนหรือผอมเกินไปหรือไม่?"

วันแรกของการจัดประสบการณ์เรียนรู้ "หน่วยอาหารดีมีประโยชน์" ต้องการให้ผู้เรียนเห็นและบอกความเชื่อมโยง ระหว่าง สุขภาพใกล้ๆ ตัวที่สามารถวัดและบันทึกได้อย่างนํ้าหนักตัวและส่วนสูง กับอาหารการกินในชีวิตประจําวัน ผู้เรียนจะมีส่วนร่วมในการชั่งนํ้าหนัก วัดส่วนสูง และประเมินการเจริญเติบโตของตัวเอง

กิจกรรมวันนี้ยังทําให้คุณครู รวมถึงพ่อแม่ผู้ปกครอง สามารถติดตามปัญหาสุขภาพเด็กๆ เป็นรายคนหรือรายกลุ่ม ที่นําไปสู่การค้นหาแนวทางในการจัดการเรียนรู้ เพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกินอาหารในชีวิตประจําวันได้

จุดประสงค์วันนี้ เพื่อให้ผู้เรียนใช้ตัวเลขและเกณฑ์ที่สังเกตได้จากนํ้าหนัก และส่วนสูงของตนเอง มาเปรียบเทียบกับเกณฑ์การ เจริญเติบโตตามวัย และตัดสินใจว่าตนเองควรดูแลสุขภาพร่างกายอย่างไรจึงจะเติบโตสมส่วน พร้อมให้เหตุผล สนับสนุนการตัดสินใจนั้น

วันที่ 2 เรื่อง "วันนี้ กินอะไรกันดีนะ?" 

“วันนี้ กินอะไรกันดี” เป็นคําถามและคําทักทายที่ใช้ในสังคมไทย การเรียนรู้วันนี้ จะเริ่มจากการให้เด็กตั้งคําถามต่อ "อาหารเช้า" ที่มักพบได้ง่ายในชีวิตประจําวันผ่านประสบการณ์จริง หรือสื่อต่างๆ เพื่อเชื่อมกับข้อมูลต่างๆ ตั้งแต่อาหารที่กินประจํา หรือ เมนูยอดนิยมที่มีการสํารวจผ่านออนไลน์ คือ ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ที่จะนําไปสู่การทําความเข้าใจและยอมรับความแตกต่างทางศาสนา และ/หรือ ข้อจํากัดด้านสุขภาพของคนอื่น

เมนู ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ในบทเรียนวันนี้ ยังมีสถานะเป็นเครื่องมือในการเปรียบเทียบกับข้อมูลด้านโภชนาการเกี่ยวกับการกินอาหารหลัก 5 กลุ่ม สําหรับเด็กปฐมวัยว่า มีความเหมาะสมและมีประโยชน์เพียงพอหรือไม่ ถ้าจะลดการกินอาหารประจําที่ส่งผลต่อสุขภาพ เด็กๆ จะมีส่วนในการจัดเมนูใหม่ด้วยการตัดสินใจปรับลด-เพิ่มเติมอะไร ให้เหมาะสมกับร่างกายของตน พร้อมไปกับการเปรียบเทียบเมนูใหม่ เป็นศิลปะหรือเรื่องเล่าของอาหารที่มีประโยชน์กับร่างกายของตนเองมากขึ้น

จุดประสงค์วันนี้ เพื่อให้ผู้เรียนยอมรับและเสนอทางเลือกที่เหมาะสมให้คนอื่น ที่อาจกินอาหารต่างจากตนเองด้วยเหตุผลต่างๆ และใช้ข้อมูลเพื่อบอกได้ว่า อาหารที่กินเป็นประจําของเด็กส่วนใหญ่มีปริมาณมากหรือน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการ

วันที่ 3 เรื่อง "ไปกินอะไรมาถึงเป็นแบบนี้?"

ทุกครั้งที่มีอาการ “ท้องเสีย” มักถูกถาม “ไปกินอะไรมาถึงเป็นแบบนี้?” การจัดประสบการณ์เรียนรู้ในวันนี้ จะให้นํ้าหนักกับปัญหาที่ทั่วโลกให้ความสําคัญอย่างมาก นั่นคือ อาหารกับความปลอดภัย โดยเริ่มจากปรากฏการณ์ที่ใกล้ตัวอย่างขนมปังว่า ขึ้นราหรือไม่? ก่อนจะขยายออกไปให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นประจําในโรงเรียน คือ เด็กท้องเสีย อาหารเป็นพิษ

ปรากฏการณ์ข้างต้นเป็นตัวสะท้อนให้เห็นปัญหาเกี่ยวกับความปลอดภัยด้านอาหาร ที่นําไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อม และเงื่อนไขให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่า การอ่านค่าและเข้าใจตัวเลขและตัวอักษรที่ปรากฏอยู่บนฉลากหรือภาชนะบรรจุ อาหาร (วันที่ผลิต วันหมดอายุ ควรบริโภคก่อนวันที่) เป็นอีกแนวหนึ่งในการสร้างภูมิคุ้มกันด้านความปลอดภัยด้านอาหารที่ใกล้ตัวที่สุด

จุดประสงค์วันนี้ เพื่อให้ผู้เรียนสืบเสาะหาสาเหตุที่ทําให้อาหารไม่ปลอดภัย โดยสังเกตหลักฐานจากของจริง (ขนมปังขึ้นรา ฉลากสินค้า) และสรุปได้ด้วย ตนเองว่าอาหารนั้นยังกินได้หรือไม่ พร้อมอ้างสิ่งที่สังเกตเป็นเหตุผล

วันที่ 4 เรื่อง "ทำไม กินไม่เหมือนเรา?"

การจัดประสบการณ์เรียนรู้วันนี้ เป้าหมายเพื่อสร้างความเข้าใจพื้นฐาน และการเคารพความแตกต่างหลากหลายในสังคมโลกผ่าน “วัฒนธรรมการกิน” ที่สัมพันธ์กับคติความรู้ ความเชื่อประเพณี ฤดูกาล สภาพแวดล้อม และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ท่ามกลางกระแสการฟื้นฟูอาหารท้องถิ่นแบบเดิม หรือสร้างสรรค์อาหารท้องถิ่นใหม่

วันนี้ เด็กๆ จะได้ฝึกทักษะในการสืบเสาะการใช้วัตถุดิบในการทําซูชิ และเปรียบเทียบระหว่าง ซูชิกับข้าวจี่ รวมถึงการ ใช้ความรู้ความเข้าใจ เจตคติในการเสนอทางออกสําหรับคนที่ชอบและกินอาหารต่างกัน

จุดประสงค์วันนี้เพื่อให้ผู้เรียนสํารวจอาหารจากสองวัฒนธรรม ด้วยการสังเกต การตั้งคําถามด้วยตนเอง และบอกได้ว่า อาหารที่ต่างจากวัฒนธรรมของตนมีที่มาอย่างไร ใช้วัตถุดิบอะไร พร้อมยอมรับความแตกต่าง และเสนอสิ่งที่อยากแนะนําให้เพื่อน ต่างวัฒนธรรมได้ลองกิน

วันที่ 5 เรื่อง "ชวนมาทำอาหารด้วยกัน"

กิจกรรมวันนี้ คือ “การประกอบอาหาร” ที่ให้คุณครูและสถานศึกษา ประเมินความเป็นได้ในการทํา “เมนู” ที่มีความยืดหยุ่น เน้นการใช้วัตถุดิบในพื้นที่ สัมพันธ์กับชุมชนท้องถิ่น ตามฤดูกาล คํานึงถึงประโยชน์ด้านโภชนาการ มีคุณค่าทางวัฒนธรรม ไม่ ก่อให้เกิดขยะอาหารและมีความปลอดภัยระหว่างการทําและบริโภค ที่สําคัญของการทําอาหารในวันนี้ คือ เด็กได้เลือก ได้ตัดสิน ได้ลงมือทําและเรียนรู้ทั้งกระบวนการ โดยการออกแบบมีความยึดโยงกับความสามารถ หรือสมรรถนะที่มุ่งเน้น (Focal Competency) ของหน่วยการเรียนรู้

จุดประสงค์วันนี้ เพื่อให้ผู้เรียนวางแผนและลงมือประกอบอาหารด้วยการแบ่งหน้าที่ และดําเนินการตามแผนจนสําเร็จ โดยคํานึงถึงเพื่อนที่อาจกินอาหารบางอย่างไม่ได้ และให้ใช้สิ่งที่เรียนรู้ (ตัวเลข เกณฑ์ปริมาณวัตถุดิบ) มาทําให้เมนูนี้มีความเหมาะสม พร้อมบอกเหตุผลว่า สิ่งที่ทําออกมาเหมือนหรือต่างจากที่แผนที่วางไว้

แก้โจทย์การวัดและประเมินผล : ประเมินง่าย ไม่เป็นภาระครู

การวัดผลเด็กปฐมวัยในหน่วยการเรียนรู้นี้ ไม่ใช่การจัดสอบเก็บคะแนนเพื่อตัดสินว่าเด็ก "สอบผ่าน" หรือ "สอบตก" แต่เป็นการที่คุณครู สังเกตพฤติกรรมเด็กตามธรรมชาติ ระหว่างที่เด็กกำลังเล่น สนุก และลงมือทำกิจกรรมในห้องเรียน โดยที่คุณครูไม่ต้องหยุดการเรียนการสอน

จากทั้ง 4 สมรรถนะที่ใช้วัดเด็ก (FC) แทนที่จะวัดว่าเด็กจำชื่ออาหารหรือท่องจำอาหาร 5 หมู่ได้กี่คำ หน่วยนี้จะสังเกตว่าเด็กเกิด 4 สมรรถนะ เหล่านี้หรือไม่

ข้อแรก การยอมรับความต่าง (เรื่องอาหารและวัฒนธรรม) เด็กเข้าใจว่าเพื่อนแต่ละคนมีข้อจำกัดไม่เหมือนกัน เช่น เพื่อนมุสลิมไม่กินหมู หรือเพื่อนบางคนแพ้อาหาร และเด็กสามารถช่วยคิดหาเมนูอื่นที่ปลอดภัยให้เพื่อนแทนได้ ข้อสอง เก่งตัวเลขในชีวิตจริง เด็กใช้น้ำหนัก ส่วนสูง ตัวเลขแคลอรี และการจัดกลุ่มอาหาร มาเปรียบเทียบในชีวิตประจำวันได้จริง

ข้อสาม รู้จักใช้เหตุผลตัดสินใจ เด็กเลือกว่าอาหารไหนควรกินหรือไม่ควรกิน โดยอ้างอิงจากหลักฐานที่เห็นจริง ไม่ใช่แค่เดาหรือตอบตามที่ครูบอก และข้อสุดท้าย นักสืบจิ๋วช่างสืบเสาะ เด็กหาคำตอบได้ด้วยตัวเองจากการสังเกต การชั่ง-วัด การใช้แว่นขยายส่องเชื้อรา หรือการอ่านฉลากวันหมดอายุ

หน่วยการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ สำหรับปฐมวัย "อาหารดีมีประโยชน์" ฉบับใหม่นี้ พิสูจน์ให้เห็นว่า เด็กอนุบาลไม่ได้เล็กเกินกว่าที่จะคิด วิเคราะห์ หรือตัดสินใจเรื่องสุขภาพของตัวเอง เพียงแค่เราเปลี่ยนจากการ "ท่องจำตามคำสั่ง" มาเป็น "การสร้างสภาพแวดล้อมให้เด็กได้สงสัย ได้ทดลอง และหาคำตอบด้วยตนเอง" เด็กๆ ก็จะเติบโตขึ้นมา พร้อมกับสมรรถนะชีวิตที่ติดตัวตลอดไป

ผู้เขียนบทความ
avatar
กองบรรณาธิการ ALTV
ALTV CI
ข่าว ALTV
ข่าว ALTV
ALTV News
ผู้เขียนบทความ
avatar
กองบรรณาธิการ ALTV
แชร์
ฟัง
ชอบ
ติดตามเรา