ทุกเช้าตรู่ เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นเหมือนทุกบ้าน แต่สำหรับ “ยามีละห์ สุกี” ครูในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ วันใหม่ ไม่ใช่เพียงการไปสอนหนังสือ หากคือการออกเดินทางสู่ “ภารกิจชีวิต” ภารกิจที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง ความไม่แน่นอน และความกลัว แต่ยังต้องก้าวไป เพราะมีเด็กๆ รอคอยเสียงอ่าน ก-ฮ จากครูอยู่ในห้องเรียน
“ยามีละห์ สุกี” ไม่ได้ทำหน้าที่ “ครูคณิตศาสตร์” ของโรงเรียนบ้านเขาพระ ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นทั้งผู้อำนวยการโรงเรียน และนักวิชาการ ผอ.ยามีละห์ บอกว่า แรงผลักดันอันยิ่งใหญ่ที่ทำให้เธอทุ่มเทได้มากเพียงนี้ มาจากความใฝ่ฝันอันแรงกล้า ที่อยากจะยกระดับการศึกษาในสามจังหวัดชายแดนใต้ เพื่อให้เด็กๆ ในพื้นที่ได้รับโอกาสทางการศึกษา ที่เท่าเทียมกับเยาวชนในทุกภูมิภาคของประเทศ
ALTV ชวนอ่าน “เรื่องเล่านอกบท Cool Cru จารย์เจ๋ง” ตอน “ผอ.ยามีละห์ : นักการศึกษา 3 มิติ” เผยแพร่ครั้งแรกทางไทยพีบีเอสและ ALTV เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 68” เรื่องเล่าเบื้องหลังความพยายามสร้างความสนุกและความกระตือรือร้นให้เกิดขึ้นกับเด็กๆ ในห้องเรียน ที่ครูในจังหวัดชายแดนใต้ทุกคน ต้องวางไว้นอกห้องเรียน
ชมย้อนหลัง Cool Cru จารย์เจ๋ง” ตอน “ผอ.ยามีละห์ : นักการศึกษา 3 มิติ”
เริ่มจากการเดินทางมาโรงเรียนในทุกเช้า ผอ.ยามีละห์ เล่าว่า ตลอดเส้นทางเต็มไปด้วยด่านตรวจ ความระแวดระวัง และมาตรการเข้มงวด รถครูหลายคันต้องวิ่งไปพร้อม “รปภ.ครู” มีทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองคุ้มกัน “ไม่มีใครรับประกันได้ว่าเราจะกลับบ้านปลอดภัย แต่เรายังเลือกที่จะไป เพราะเด็กๆ คืออนาคต”
เมื่อถึงโรงเรียน แม้หน้าที่หลักคือ ครู แต่ที่จังหวัดชายแดนใต้ ครูจำนวนมาก ต้องทำหน้าหน้าที่ “เสมือนพ่อแม่ของเด็กๆ ด้วย” เพราะเด็กจำนวนไม่น้อย ไม่ได้เติบโตกับพ่อแม่แท้ๆ หลายคนอยู่กับตายาย ญาติพี่น้อง หรือแม้แต่เพื่อนบ้าน ครูจึงไม่ใช่เพียงผู้สอน แต่ยังเป็นผู้ฟัง ผู้ดูแล และที่พึ่งทางใจ ผอ.ยามีละห์ เล่าว่า เคยมีเด็กหญิงคนหนึ่งบอกกับเธอว่า “หนูอยากให้ครูอยู่กับหนูไปนาน ๆ เพราะครูเหมือนแม่ของหนูเลย”
“ภาษา” เป็นอีกหนึ่งความท้าทายของโรงเรียนในพื้นที่นี้ เด็กบางคนพูดภาษามลายู แต่ข้อสอบกลับใช้ภาษาไทยทั้งหมด ครูไทยพุทธบางคนไม่เข้าใจคำมลายู เด็กบางคนก็ไม่เข้าใจภาษาไทย ผอ.ยามีละห์ เล่าว่า ครั้งหนึ่ง มีเด็กเล็กมาพูดกับเธอว่า “ปีแซ” หมายถึง “กล้วย” แน่นอนว่าครูฟังไม่ออก แต่แทนที่จะดุ ครูกลับยิ้มและถามอย่างอ่อนโยน เด็กจึงใช้ภาษากายช่วยอธิบาย ครั้งนั้น ครูบอกกับเด็กน้อยว่า “ภาษาไทยเราเรียกว่า กล้วย ลองพูดตามครูนะ…กล้วย” สุดท้าย เด็กพูดตามด้วยรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะเล็กๆ วินาทีนั้น ทำให้ ผอ.ยามีละห์ ตระหนักว่า การเรียนรู้ เกิดขึ้นจากหัวใจ ไม่ใช่เพียงตำรา
อีกเรื่องที่ครูในพื้นที่นี้มักเจอคือ เด็กบางคนมาสายเพราะต้องช่วยครอบครัวทำงาน บางคนหายไปเพราะไม่มีใครพาไปโรงเรียน ครูจึงต้องเปลี่ยน “ชีวิตจริง” ให้กลายเป็นห้องเรียน ใช้ปัญหาชุมชนเป็นโจทย์การเรียนรู้ และปรับวิธีสอนให้สอดคล้องกับโลกจริงของเด็ก ๆ
แต่ไม่ว่าจะเจอเหตุการณ์แบบใด ผอ.ยามีละห์ บอกว่า ครูที่นี่ก็ยังเดินหน้าทำหน้าที่ต่อไป เพราะเชื่อมั่นว่า ความรู้บนกระดาน คำพูดปลอบโยน และอ้อมกอดของครู จะเปลี่ยนชีวิตเด็กได้ สิ่งที่ครูชายแดนใต้ต้องการที่สุด ไม่ใช่คำชื่นชม แต่คือ ความเข้าใจและการเห็นคุณค่า จากสังคม เพราะเบื้องหลัง “สิทธิพิเศษ” ที่หลายคนพูดถึง แท้จริงแล้วคือความเสี่ยงที่ต้องแลกมาด้วยหัวใจและชีวิต
ในทุกห้องเรียนเล็กๆ ของชายแดนใต้ ยังมี “หัวใจครู” ที่ไม่เคยดับ ครูผู้ส่งต่อความรัก ความศรัทธา และความหวัง ให้เด็กๆ เดินต่อด้วยรอยยิ้ม หัวใจครูชายแดนใต้ คือบทพิสูจน์ว่า ความรักของครู ไม่มีพรมแดน
หมายเหตุ : เรียบเรียงโดย เยาวเรศน์ ชินภักดี Content Creator รายการ Cool Cru จารย์เจ๋ง